โรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
         

                                                                                                      
                                                     
         เมื่อปี พ.ศ.2500 ได้มีคณะบุคคล ประกอบด้วย ข้าราชการ กรรมการยุวพุทธิกสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ พ่อค้า และพระสงฆ์ ได้ร่วมกันแก้ปัญหาวัยรุ่นและส่งเสริมศีลธรรม โดยตั้งเป็นคณะออกไป เยี่ยมเยือน อบรมและเทศนาแก่ประชาชนตามวัดต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ ในระหว่างนี้ได้พบกับเด็กที่เรียนจบชั้น ป.4 ที่เรียนดีแต่ไม่มีโอกาสเรียนต่อ เพราะพ่อแม่ยากจน คณะบุคคลดังกล่าวจึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรจะหา ทางช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้ได้เรียนสูงยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เป็นพลเมืองดีและทำประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป จึงตกลงเริ่มดำเนินการหาทุนเพื่อก่อตั้งโรงเรียนช่วยเหลือเด็ก ได้เริ่มบอกบุญเชิญชวนขอความอุปถัมภ์จาก ท่านผู้ใจบุญและได้จัดให้มี การถวายผ้ากฐินแก่พระปัญญานันทะภิกขุ วัดอุโมงค์ โดยขอความอุปถัมภ์จากท่านขอรายได้จากท่านเป็นทุนดำเนินการ เมื่อปี 2501 จากนั้นจึงได้ทำหนังสือเสนอต่อทางราชการเพื่อขอ จัดตั้งโรงเรียน และเพื่อให้เห็นภาพพจน์ว่าโรงเรียนนี้จัดขึ้นโดยได้รับความเมตตาจากประชาชน และเพื่อให้เด็กนักเรียนที่เรียนจบแล้วจะได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมด้วยความเมตตาต่อไป จึงให้ชื่อ โรงเรียนว่า         "เมตตาศึกษา"                                                                                                       
                                                                                                 
        

        ประวัติโรงเรียน เนื่องจากคณะกรรมการไม่มีทุนจะก่อสร้างอาคารเรียน การเปิดโรงเรียนเมตตาศึกษาจึงอาศัยอาคารพุทธสถานเป็นสถานที่ประกอบพิธีเปิด เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2502 ตรงกับวันวิสาขบูชา หลังจากประกอบพิธีเปิดแล้วได้อาศัยศาลามุงสังกะสีหลังเล็ก ๆ ซึ่งเป็นห้องสมุดเก่าของพุทธสถานเป็นที่เรียน ในปีแรก รับเฉพาะนักเรียนชั้น ป.5 ในสมัยนั้น จำนวน 35 คน โดยคัดเลือกเด็กจากอำเภอต่าง ๆ    ใน จังหวัดเชียงใหม่ ในจำนวนนี้ได้ให้ เข้าอยู่ในหอพัก ของโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในวัดเจดีย์หลวงจำนวน 25 คน โดยให้อยู่ในความปกครองของพระวินัยโกศล (ปัจจุบัน-พระพุทธพจนวราภรณ์ ) อีก 10 คนเป็นนักเรียน ไปกลับ นักเรียนทั้งหมดเรียนโดยไม่เสียค่าเล่าเรียนและค่าบำรุงใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นทางโรงเรียนยังได้อุปการะทั้งเสื้อผ้า อาหาร และอุปกรณ์ทุกอย่างแก่นักเรียนที่อยู่ในหอพักอีกด้วย นักเรียนหอพักจะต้อง อยู่เป็นเวลา 6 ปี จนกว่าจะเรียนจบชั้น ม.ศ.3 แต่เนื่องจากต้อง ใช้ค่าใช้จ่ายมาก ทางโรงเรียนจึงรับนักเรียนเข้าอยู่ในหอพักเพียง 2 รุ่น รุ่นต่อมาได้พยายามลดลงตามลำดับเพื่อลดค่าใช้จ่าย พ.ศ. 2503 โรงเรียนรับ นักเรียนอีก 1 ห้อง จำนวน 35 คน และได้ย้ายอาคารเรียนมาเรียนในโรงเรียนปริยัติธรรมวัดเจดีย์หลวง การรับนักเรียนนี้รับเฉพาะนักเรียนชั้น ป.5 เท่านั้น จนรับนักเรียนครบ 6 ชั้นในปี 2507

          พ.ศ 2503 นี้ คุณนายกิมเฮียง บำรุงนวกรณ์ ได้แสดงความจำนงจะบริจาคทรัพย์จำนวนไม่เกิน 2 แสนบาท เพื่อสร้างอาคารให้โรงเรียน และแจ้งความประสงค์ว่าจะขอสร้างอาคารในวัดเจดีย์หลวงในส่วนที่ติด กับถนนใหญ่ จึงตกลงสร้างอาคารขึ้นตรงที่ตั้งของพระวิหารวัดสุกขมิ้น (มุมตะวันออกเฉียงใต้ของวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร) ระหว่างก่อสร้างคุณนายกิมเฮียงได้ถึงแก่กรรม ญาติของท่านได้ดำเนินการก่อสร้างจนสำเร็จ ในปี 2504 ให้ชื่อว่า “ ตึกบำรุงนวกรณ์ ” ทำพิธีเปิดวันที่ 29 พฤษภาคม 2504

          พ.ศ.2516 ทางมูลนิธิได้รับทุนจากองค์การ NOVIB แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นเงินประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารห้องประชุม-ห้องสมุด- ห้องวิทยาศาสตร์ สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้เสด็จมาทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2518 เมื่อสร้างเสร็จแล้วตั้งชื่อตึกว่า "ตึกวินยาภรณ์" เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชวินยาภรณ์ (ปัจจุบัน-พระพุทธพจนวราภรณ์) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเมตตาศึกษาและทำงานเกี่ยวกับการให้การศึกษาของโรงเรียนอย่างใกล้ชิดมาตลอด สมเด็จ พระสังฆราชฯได้เสด็จมาทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2519
          
          พ.ศ. 2527
ได้มีงานฉลองครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ในช่วงวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2527 และทางคณะกรรมการมูลนิธิ ศิษยานุศิษย์ได้ถือเอาวันที่ 26 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันทำบุญประจำปีของ โรงเรียน เพราะวัน ดังกล่าวเป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อพระพุทธพจนวราภรณ์ ผู้มีพระคุณสูงสุดของโรงเรียน

          พ.ศ. 2532 ในงานทำบุญประจำปีก็ถือโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปีของโรงเรียนด้วย และเป็นโอกาส อันดีแห่งการเริ่มต้นโครงการ " เมตตาทายาท " เพราะคณะกรรมการมูลนิธิชุดเก่าได้มอบหมายงานของ มูลนิธิให้แก่ ศิษย์เก่ารับช่วงไปดำเนินการบริหารโรงเรียนและในปีนี้ทางโรงเรียน ได้รับทุน จากนายมูนิโอะ ยามาโมโต้ คหบดีชาวญี่ปุ่น จำนวน 1.25 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคาร "ยามาโมโต้" เป็นอาคารสองชั้น ใต้ถุนโล่ง ขนาด 6x32 เมตรเพื่อใช้เป็นอาคารเรียนอเนกประสงค์ มีห้องพักครู ห้องเรียนคอมพิวเตอร์และห้องพักของหลวงพ่อด้วย     

           พ.ศ 2534 และเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2534 และในปี 2540 ได้ดัดแปลงห้องใต้ถุนให้เป็นห้องประกอบการเรียนวิชาศิลปะ                                                                                             

                                                                                                 
                                    
        พ.ศ. 2534 โรงเรียนได้โอนกิจการให้เป็นของวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และเข้าร่วมเป็นสมาชิก โรงเรียนการกุศลของวัด ในพระพุทธศาสนา เท่ากับว่ากิจการทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของวัด และมีแนวโน้มที่จะ มีความมั่นคงในการดำเนินงานมากขึ้น เพราะมีองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือหลายหน่วยงานคือ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร มูลนิธิ เมตตาศึกษา สมาคมศิษย์เก่าฯ และสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

        พ.ศ. 2535 สโมสรไลออนส์มิตาคะ แห่งประเทศญี่ปุ่น ได้บริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างอาคารเรียนและห้องสมุด ภาษาญี่ปุ่นเป็นจำนวนเงิน 600,000 บาท ให้ชื่อว่า อาคารจันทร์ กุสโล ซึ่งเป็นนามและฉายาเดิมของหลวงพ่อพระพุทธพจนวราภรณ์ อาคารหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการสมาคมศิษย์เก่า และห้องเรียนของมูลนิธิเมตตายามาโมโต้ เนื่องจากจำกัดด้วยงบประมาณ ระยะเวลาที่ผ่านมาโรงเรียนได้รับนักเรียนเพียงปีละ 6 ห้องเรียนเท่านั้น แต่บัดนี้ทางโรงเรียนได้ขยายการรับนักเรียนเป็นชั้นละ 3 ห้องเรียน โดยเริ่มในปีการศึกษา 2541 รับนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 3 ห้องเรียน และจะมีนักเรียนครบ 9 ห้องเรียนในปี 2543

        พ.ศ. 2539 โรงเรียนได้เริ่มสร้างห้องคอมพิวเตอร์และเปิดสอนสำหรับนักเรียนทั้งนี้เพื่อปรับสภาพการศึกษา ให้เหมาะสมกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจัดระบบการบริการห้องสมุดและปรับปรุง ห้องปฏิบัติการ วิทยาศาสตร์ให้เข้าสู่มาตรฐาน

        พ.ศ. 2542 ได้ต่อเติมอาคารเรียนจันทร์ กุสโล ให้เป็นอาคาร 2 ชั้น ได้รับการอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 150,000 บาท คุณคะแนน สุภา 100,000 บาท คุณบวร ชุติมา 50,000 บาท และศิษย์ศรัทธาอีกจำนวนหนึ่ง รวมเป็นงบประมาณก่อสร้าง 440,000 บาทเพื่อที่จะต่อเติมชั้นที่สอง ให้เป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการทางภาษา(Sound Lab.) ซึ่งในส่วนของห้องปฏิบัติการทางภาษา ได้รับการอุดหนุนจาก สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ (เดือนสิงหาคม 2542) มูลค่า 410,000 บาท ต่อไป ในปี 2543 อาคาร หลังนี้ทางโรงเรียนจะได้ใช้อย่าง เต็มรูปแบบ เพราะทางมูลนิธิเมตตายามาโมโต้จะยกส่วนชั้นล่าง ให้โรงเรียนเพราะ สิ้นสุดโครงการสอนภาษาญี่ปุ่นแล้ว นอกจากนี้ยังได้ปูพื้นลานพิกุลด้วยตัวหนอนคอนกรีต เนื้อที่ 650 ตารางเมตร ใช้งบประมาณ 81,000 บาท ได้รับบริจาคจากผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและประชาชนทั่วไป สำเร็จเมื่อ ต้นเดือนกรกฎาคม 2542

         พ.ศ.2543 ได้รับงบประมาณอุดหนุนให้สร้างอาคารเรียน “ธรรมดิลก 84” จาก สช.กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้นใต้ถุนโล่ง เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนแทนหลังเก่าที่รื้อถอนไป และได้ทำพิธีเปิดเมื่อ 11 พ.ย.2544 โดยพระเจ้าวรวงศ์ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิด

         พ.ศ 2548 ทางโรงเรียนได้เสนอของบประมาณจาก สช. เพื่อสร้างอาคารเรียนขนาด 3 ชั้น ใต้ถุนโล่ง และได้รับการอนุมัติงบประมาณจำนวน 5 ล้านบาทเพื่อสร้างอาคารดังกล่าว และโรงเรียนสมทบอีก 1.5 ล้านบาท อาคารก่อสร้างแล้วเสร็จและได้เริ่มใช้ในปีการศึกษา 2550 ตั้งชื่ออาคารเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งโรงเรียนคือ “อาคารพุทธพจน์ ๙๐ ปี” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551
                                                            
                                             

        

การศึกษา 2551 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงรับโรงเรียนเข้าอยู่ในพระอุปถัมภ์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2551
                                                            
โรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ  103   ถ.พระปกเกล้า   ต.พระสิงห์   อ.เมือง   จ.เชียงใหม่   50200   Tel 053-814570 Fax ต่อ 102    info.mettasuksa@gmail.com